ประวัติ

สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า

สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า

สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า

จุดเริ่มแห่งมหาปณิธาน: สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า

หากจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานเพื่อการบรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของ "พระโคตมพุทธเจ้า" (พุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) จุดหมุดหมายที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นในสมัย พระทีปังกรพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังเกิดเป็น "สุเมธดาบส"

จากมหาเศรษฐีสู่ผู้แสวงหาการหลุดพ้น

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ย้อนกลับไปถึง 4 อสงไขยกับแสนมหากัป ยุคนั้นมีพราหมณ์หนุ่มนามว่า สุเมธ เกิดในตระกูลมหาเศรษฐี มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล แต่เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลง สุเมธพราหมณ์กลับเกิดความสลดสังเวชในชีวิต พิจารณาเห็นว่า “ทรัพย์สินเหล่านี้ พ่อแม่และบรรพบุรุษสั่งสมไว้ แต่เมื่อตายไปก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว” เขาจึงตัดสินใจสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดบริจาคเป็นทานแก่คนยากไร้ แล้วละทิ้งทางโลก มุ่งหน้าสู่ป่าหิมพานต์ บวชเป็นดาบส บำเพ็ญฌานจนได้อภิญญา 5 และสมาบัติ 8 มีฤทธิ์เดชสั่งสมบารมีธรรมอยู่ในป่า

วันแห่งประวัติศาสตร์โลก: การเสด็จมาของพระทีปังกรพุทธเจ้า

วันหนึ่ง พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอริยสงฆ์สาวกจำนวนมาก ได้เสด็จมายัง "รัมมกนคร" ชาวเมืองต่างพากันแผ้วถางและทำความสะอาดเส้นทางเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ สุเมธดาบสซึ่งเหาะผ่านมาเห็นเข้า จึงลงมาสอบถาม เมื่อทราบข่าวการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า สุเมธดาบสก็เกิดความปีติยินดีอย่างยิ่ง จึงขอมีส่วนร่วมในการทำทางด้วย ชาวเมืองได้มอบหมายให้สุเมธดาบสทำความสะอาดเส้นทางในส่วนที่เป็นโคลนตมและเปียกชื้น ด้วยความศรัทธาอันเปี่ยมล้น สุเมธดาบสตั้งใจจะทำทางให้เสร็จด้วยกำลังของตนเองโดยไม่ใช้ฤทธิ์ แต่ทว่าพระพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์ได้เสด็จมาถึงเสียก่อน ในขณะที่ทางตรงจุดนั้นยังเป็นโคลนตมอยู่

สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า
สุเมธดาบสกับพระทีปังกรพุทธเจ้า

สะพานมนุษย์และการพุทธทำนาย

เพื่อไม่ให้พระบาทของพระพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์ต้องแปดเปื้อนโคลนตม สุเมธดาบสจึงตัดสินใจ ทอดกายลงนอนคว่ำบนโคลนตม สยายผมคลุมลงบนพื้น แล้วกราบทูลเชิญให้พระทีปังกรพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก ย่ำไปบนหลังของตนต่างสะพาน ขณะที่นอนทอดกายอยู่นั้น สุเมธดาบสได้ตั้งจิตอธิษฐานในใจว่า: “ด้วยผลบุญแห่งการสละชีวิตเป็นทานในครั้งนี้ ขอให้เราอย่าได้เป็นเพียงพระอรหันต์ผู้หลุดพ้นเพียงลำพังเลย แต่ขอให้เราได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต เพื่อข้ามพ้นขนสัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นจากกองกิเลสและทุกข์ภัยในสังสารวัฏด้วยเถิด” เมื่อพระทีปังกรพุทธเจ้าเสด็จมาถึง ทรงหยุดประทับยืนอยู่ตรงหน้าสุเมธดาบส ทรงใช้พระทิพยจักษุตรวจดูอนาคต แล้วจึงทรงเปล่ง "พุทธทำนาย" (พยากรณ์) ต่อหน้าพุทธบริษัททั้งหลายว่า: “ดาบสผู้นี้ ในอนาคตอีก 4 อสงไขยแสนกัปข้างหน้าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นามว่า พระโคดม...” พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์รายละเอียดทั้งเรื่องบิดามารดา พระอัครสาวก และพระอุปัฏฐากในอนาคตอย่างชัดเจน เมื่อสุเมธดาบสได้ฟังพุทธทำนาย หัวใจก็เต็มไปด้วยความสุขและความปิติอย่างที่สุด เพราะนั่นคือการรับรองว่า ปราศจากความสงสัยแล้วว่าสิ่งที่ตนปรารถนาจะสำเร็จอย่างแน่นอน

การพิจารณาบารมี 10 ทัศ

หลังจากพระทีปังกรพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์เสด็จผ่านไปแล้ว สุเมธดาบสได้นั่งพิจารณาถึงธรรมที่ทำให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า (พุทธการกธรรม) และพบว่าตนเองจะต้องบำเพ็ญ "บารมี 10 ทัศ" ให้ครบบูรณ์ ได้แก่ 1. ทานบารมี (การให้) 2. ศีลบารมี (การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย) 3. เนกขัมมบารมี (การออกบวช/ละจากความกำหนัด) 4. ปัญญาบารมี (ความรอบรู้) 5. วิริยบารมี (ความเพียร) 6. ขันติบารมี (ความอดทนอดกลั้น) 7. สัจจะบารมี (ความจริงใจ/รักษาคำพูด) 8. อธิษฐานบารมี (ความตั้งใจมั่น) 9. เมตตาบารมี (ความรักความปรารถนาดีต่อสัตว์โลก) 10. อุเบกขาบารมี (การวางเฉย/ความเป็นกลาง) นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา สุเมธดาบสจึงได้ชื่อว่าเป็น "พระโพธิสัตว์" ผู้ได้รับพุทธทำนายอย่างแท้จริง (นิยตโพธิสัตว์) และได้ท่องเที่ยวบำเพ็ญบารมีอย่างเข้มข้นในทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันในที่สุด

อ่านแล้ว 20 ครั้ง