เมื่อความเชื่อและความศรัทธาอธิบายในส่วนที่ประวัติศาสตร์ไม่กล่าวถึง
พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ผู้สร้างปฐมบท จตุคามรามเทพอันเลื่องลือเคยกล่าวว่า “…การสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชและการประกอบพิธีกรรมสำคัญส่วนใหญ่ ทำกันในบ้านพักผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการบันทึกภาพถ่ายเอาไว้เป็นระยะเพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้เห็นเป็นหลักฐาน ในขณะที่คณะผู้แกะสลักเสาหลักเมืองดำเนินการกันอยู่นั้น องค์จตุคามรามเทพจะประทับในร่างทรงบอกกล่าวให้ดำเนินการต่างๆไปตามขั้นตอนของฤกษ์ยาม ต่อมาวันหนึ่งในขณะประกอบพิธีกรรมเขียนผ้ายันต์ องค์จตุคามรามเทพถามผมว่า “เคยเห็นพระพังพระกาฬ เคยได้ยินได้ฟังเรื่องนี้มาบ้างหรือไม่” ผมตอบว่าเคยเห็นแต่นานมาแล้วรู้ว่าศักดิ์สิทธิ์มีอภินิหารเป็นที่เล่าลือ องค์จตุคามรามเทพบอกว่านั่นแหละเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของพวกศรีวิชัยไม่ได้สร้างกันมาเป็นพันปีแล้ว ขอให้ผมช่วยออกแบบสร้างพระพังพระกาฬขึ้นใหม่ทำเป็นรูปเหรียญแบบกลมขนาดเท่าเหรียญบาท ด้านหน้าทำเป็นรูปพระพังพระกาฬ ด้านหลังทำเป็นรูปพระราหู ๘ ตน เรียงรายล้อมรอบดวงชะตาบ้านเมือง ตามแต่ผมจะจินตนาการ แต่ผมไม่กล้ารับปากเพราะว่าภาพพระพังพระกาฬที่เคยเห็นมาช้านาน ลางเลือนจนไม่อาจเขียนขึ้นเป็นรูปร่างที่ถูกต้องได้และไม่รู้จะไปหาแม่แบบมาจากไหน จึงเขียนเฉพาะรูปพระราหู ๘ ตน ล้อมรอบดวงชะตาซึ่งเป็นด้านหลังของเหรียญไว้ก่อน เมื่อใดมีแม่แบบ จึงค่อยทำให้เสร็จสิ้น องค์จตุคามรามเทพ จึงบอกว่า
"เดี๋ยวจะมีคนเอามาให้เอง"… “…ต่อมาเมื่อได้รับพระพังพระกาฬหรือพระปิดตาศรีวิชัย จากคุณกำจร สถิรกุล มาเป็นต้นแบบผมจึงดำเนินการออกแบบพระพังพระกาฬได้อย่างง่ายดาย และองค์จตุคามรามเทพจารึกหัวใจคาถามอบหมายให้ช่างเขียนแบบจนเป็นที่พอใจแล้ว แล้วว่าจ้างช่างในกรุงเทพฯให้เป็นผู้แกะสลักแม่พิมพ์ในแบบนูนต่ำ แต่ช่างแกะสลักพยายามแกะแม่พิมพ์อยู่เป็นเวลานานกว่าจะเสร็จสิ้น เมื่อทดลองตีพิมพ์ลงแผ่นตะกั่ว แม่พิมพ์แตกร้าวใช้การไม่ได้ต้องแกะสลักแม่พิมพ์ใหม่ก็แตกอีก จนปัญญาของฝ่ายโรงงานรับจ้างจะทำได้ องค์จตุคามรามเทพจึงประกอบพิธีกรรมบอกให้ “ขุนเหล็ก” คอยดูแลการพิมพ์พระพังพระกาฬให้เรียบร้อย ในที่สุดการแกะแม่พิมพ์ได้สำเร็จลง คุณศิริชัย บูลกุล รับเป็นผู้ออกทุนในการสร้างพระพังพระกาฬทั้งชนิดทองคำ เงิน และนวะโลหะ ไม่มีรุ่นหนวดสั้น หนวดยาว เพราะทำจากโรงงานเดียวกันทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน พระพังพระกาฬทั้งหมดเมื่อทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ผมนำมาเก็บไว้ที่บ้านพัก องค์จตุคามรามเทพได้ประกอบพิธีกรรมตามฤกษ์พานาทีจนเสร็จสิ้น ต่อจากนั้นส่งไปให้พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดชอธิษฐานจิตแล้วนำไปปลุกเสกบนภูเขาขุนพนม จากนั้นประกอบพิธีกรรมกลางทะเลบังเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะคลื่นลมแรงจัดจนเรือประมงไม่กล้าออกจากฝั่ง แต่เมื่อถึงเวลามหาฤกษ์ของพระพังพระกาฬ คลื่นลมสงบลงโดยบัดดล ฝนหยุดตก พระจันทร์ทรงกลด สุดพิสดารเกินกว่าจะบรรยายให้หมดสิ้นได้…”
เหรียญพระปิดตาพังพระกาฬเป็นวัตถุมงคลหลักเมืองนครศรีธรรมราชจัดอยู่ในชั้นทรงคุณค่าทางจิตใจ และประติมากรรม ทั้งเป็นยอดนิยมในหมู่ผู้สะสมวัตถุมงคลซึ่งศรัทธาต่อองค์จตุคามรามเทพอย่างแท้จริง และหลายคนเชื่อว่าเป็นสิ่งพึ่งพาทางจิตใจและสร้างความหวังในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน หากกล่าวถึงวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ ปรากฏการณ์กระแสความนิยมในช่วงที่มีความร้อนแรงสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่งในอดีตที่ผ่านมา ผู้คนต่างแย่งชิงโอกาสสร้างในวาระต่างๆ จนกระทั่งช่วงขาลงต่ำสุด และขาดความนิยมไปในเวลาอันรวดเร็วเกินกว่าความคาดหมาย สร้างความสูญเสียให้แก่บางคนจนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว ส่งผลให้เรื่องราวของวัตถุมงคลจตุคามรามเทพได้กลายเป็นอดีตที่น่าหวาดกลัว จึงทำให้สงสัยว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสังคมในช่วงเวลานั้นเกิดจากความศรัทธาและความเลื่อมใสที่แท้จริงหรือไม่ หรือว่าต่อมาสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ได้จึงเห็นว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงและไม่มีคุณค่า แล้วบุคคลที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นหายไปไหน? แต่ในส่วนของผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจว่า จตุคามรามเทพคือใคร มีความสำคัญต่อบ้านเมืองในอดีตอย่างไร ต่างก็มีความศรัทธา ความเลื่อมใส ความเคารพนับถือใน “องค์จตุคามรามเทพ” ไม่มีความคลางแคลงใจในเรื่อง “ความศักดิ์สิทธิ์” หรือ “มีเรื่องราวบันทึกในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหรือไม่” เพราะต่างก็รู้ได้ด้วยตนเองอยู่แล้วว่าความจริงที่ประกอบเป็นความเชื่อและความศรัทธานั้นเป็นเช่นใด โดยมีความเชื่ออย่างมั่นคงว่า “วัตถุมงคลจตุคามรามเทพที่แท้จริง” ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของคนทั่วไปตามคำบัญชาขององค์จตุคามรามเทพนั้นย่อมเป็น “อมตะ” ไม่มีวันสูญสิ้นและยิ่งจะแสดงความจริงให้ปรากฎชัดแจ้งขึ้นในอนาคต.