ประวัติ

จตุคามรามเทพคือใครและเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองไทยอย่างไร?

จตุคามรามเทพคือใครและเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองไทยอย่างไร?

จตุคามรามเทพคือใครและเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองไทยอย่างไร?
บานประตูศิลปะศรีวิชัย องค์จตุคามรามเทพ
บานประตูศิลปะศรีวิชัย องค์จตุคามรามเทพ

จตุคามรามเทพคือใคร

จตุคามรามเทพ หมายถึง ดวงพระวิญญาณแห่งอดีตบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้มาสถิตเป็นผู้คุ้มครองดูแลบ้านเมืองทั้งสี่ทิศ ทรงฤทธิ์อำนาจอย่างเต็มเปี่ยม ยังเพียบพร้อมด้วยบารมีธรรม ๑๐ ประการ ของพระโพธิสัตว์ ผู้มีความเมตตาต่อมนุษย์

องค์จตุุคามแท้จริงแล้วก็ คือ พระเจ้าจันทรภานุหรือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เมื่อครั้งยังเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีวิชัย ทั้งสองเป็นพี่น้องกันองค์พี่ชื่อ “จตุคาม” องค์น้องชื่อ “รามเทพ” โดยองค์พี่ จตุคามผู้เป็นพี่มีอำนาจเหนือกว่าใหญ่กว่าผู้เป็นน้องเหมือนในประวัติศาสตร์ไทยในบ้านเรา ทั้งสองเป็นบุตรของ “นางพญาจันทรา” จตุคามรามเทพได้ปกคร่องเมือง อาณาจักรศรีวิชัยซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจ 1 ใน 5 ของโลกในช่วงยุค พ.ศ. 1200 - 1800 จีน อินเดีย เปอร์เซีย โรมัน ดินแดนที่กว้างใหญ่ของอาณาจักรศรีวิชัยได้ปกคลุมพื้นที่ในประเทศพม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย อาณาจักรศรีวิชัยมีความยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองอยู่เป็นเวลา 600 ปี ก่อนจะถูกหัวเมืองฝ่ายเหนือยึดอำนาจแล้วไปหลังปี 1800 และได้ทำการวางอาถรรพ์ดวงเมืองศรีวิชัยเพื่อไม่ให้กลับขึ้นมายิ่้งใหญ่หรือแข็งเมืองได้อีก จนมาถึงปี 2528 พล.ต.ท สรรเพชญ ได้ทำการแก้ไขดวงเมืองเมืองศรีวิชัย หรือ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบันด้วยการเผ่าดวงเมืองเก่าที่เคยถูกสาปและวางดวงเมืองขึ้นมาใหม่เพื่อให้นครศรีธรรมราชกลับคืนสู้ความเจริญรุ่งเรื่องอีกครั้งมาจนถึงปัจจุบันและด้วยเหตุนี้จตุคามรามเทพจึงเป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศและไม่ใช้แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่รู้จักจตุคามรามเทพ ด้วยชื่อเสียงและอำนาจบารมีขององค์จตุคามรามเทพ ยังโด่งดังที่ถึงทั่วทวีป ในพื้นที่ไกล้เคียงอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และ จีน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้กระแสจตุคามรามเทพได้เกิดกระแสในช่วงที่ผ่านมาทั้งในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องของวัตถุมงคลจึงทำให้หลายๆคนก็อยากจะมีไว้บูชาติดตัวเพื่อเสริมสิริมงคลแก่ตนทั้งในเรื่องอิทธิฤทธิ์และประสบการณ์ต่างๆมากมายจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจว่าทำไมในช่วงหนึ่งถึงมีการเช่าหาวัตถุมงคลจตุคามรามเทพเป็นจำนวนมากด้วยคนในยุคนั้นได้นำไปบูชาจนเห็นผลได้อย่างน่าอัศจรรย์ทั้งในเรื่องการค้าการขายโดยเฉพาะคนจีนได้มีการนำกลับไปบูชาเป็นจำนวนมากโดยชาวจีนเข้ามีความเชื่อบูชาธุรกิจกิจการร้านค้าได้ประสบความสำเร็จเพราะวัตถุมงคลที่ได้จากองค์จตุคามรามเทพในยุคแรกได้สร้างประสบการณ์มากมายจนเป็นที่หวงแหนของคนที่ได้ครอบครองแม้ในปัจจุบันแม้กระแสความนิยมอาจลดลงไปแต่เครื่องรางวัตถุมงคลก็ยังเป็นที่นิยมของคนหมู่มากเป็นอย่างยิ่งจึงไม่แปลงใจทำไมองค์จตุคามถึงมีผู้คนมากราบไหว้อยู่จนถึงทุกวันนี้

เกี่ยวข้องกับบ้านเมือง

ถ้าย้อนกลับไปก่อนปี พ.ศ. 1800 อดีดเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งเคยเป็นเรื่องหลวงของอาณาจักรศรีวิชัย หรือ เมือง 12 นักษัตรและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มรายาวนานมาก ครั้งเมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเรืองอํานาจได้ขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวางไปจนถึงอินโดจีนในสมัยนั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 1200 - 1800 ปี หลังจากล้มล่มสลายจึงเป็นยุค สมัยกษัตริย์กรุงอโยธยา ได้มีการฟื้นกรุ่งศรีธรรมโศกและมหาธาตุเจดีย์ขึ้นมาใหม่จนสำเร็จเสร็จสิ้นใน ปี 1830 และได้มีการฝังเสาหลักเมืองในลักษณะที่เป็นอาถรรพ์ต้องคำสาปไว้หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงอาณาจักรศรีวิชัยอีกแล้วทิ้งไว้เป็นเพียงปริศนาทางประวัติศาสตร์ จนเมื่อปี 2528 - 2530 พล.ต.ท สรรเพชญ ได้ทำการสร้างศาลหลักเมืองเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาใหม่ราวกับว่าปริศนาที่ถูกซ้อนได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักของชาวไทยในชื่อขององค์จตุคามรามเทพสาเหตุที่ต้องสร้างศาลเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาใหม่นั้นในความเชื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤตดาวร้ายในทางโหราศาสตร์เรียกว่า “ราหูอวตาร” กำลังส่งผลร้ายในดวงเมืองซึ่งทำให้เกิดผลร้ายแรงกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก “จตุคามรามเทพ” ได้ล่วงรู้เหตุการณ์นี้จึงเคี่ยวเข็ญให้ พล.ต.ท สรรเพชญ สร้างเสาหลักเมืองก่อน ราหูอวตาร เข้ามาเพื่อเป็นการลดการสูญเสียจากภัยของดาวร้ายที่กำลังจะส่งผลให้ประเทศไทย นี้ก็เป็นหมายเหตุที่มาว่าทำไมถึงสร้างหลักเมืองเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมา

พระบรมธาตุเจดีย์
พระบรมธาตุเจดีย์

วัตถุมงคลในปี 2530

ผ้ายัตร์จตุคามรามเทพ รุ่นแรก

ผ้ายัตร์จตุคาม หรือ ผ้ายัตรจันทรภาณุสาเหตุของการสร้างเพื่อประกาศให้เทวดาได้รับรู้ว่าการสร้างเสาหลักเมือง โดย สร้างเป็นผ้ายัตร์ผื่นใหญ่สีเหลือง 4 ผื่น เป็นรูปพระมหาธาตุเจดีย์ ติดไว้ที่พระมหาธาตุทั้ง 4 ทิศ ในขณะที่ติดผ้ายัตร์นั้นจากท้องฟ้าที่สว่างแจ่มใสกับมีเมฆฝนตกลงมาปอยเปิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้นแก่ผู่พบเห็น จึงเป็นข่าวลื่อทำให้ชาวบ้านเเรียกร้องให้ทำผ้ายัตร์ขนาดเล็กไว้บูชาที่บ้าน องค์จตุุคามจึงสั่งให้ทำผ้ายัตร์แจกให้แก้ช้าวบ้านร่วมปัจจัยในการสมทบทุน 12 บาท โดยที่ไม่ทราบจำนวนว่าครั้งนั้นทำไปเท่านั้นเพราะไม่ได้ประสงค์จะสร้างในเชิงพาณิชย์

เศียรจตุคามรามเทพ

เมื่อครั้งที่มาสร้างลอกพิมพ์ต้นแบบที่บานประตูขององค์จตุคามรามเทพเพื่อเป็นแม่แบบในการสร้างเสาหลักเมืองขึ้นโดยใช้ศิลปะศรีวิชัยทั้งหมด ทั้ง กนกลวดลายต้นแบบที่หาดูไม่ได้ จึงได้สร้างเศียรจตุคามรามเทพขขึ้นมาและเชิญจตุคามทำวิธีและให้นำไปบูชาที่หน้าโต๊ะในขนาดทำพิธีและแจกให้กับผู้มีมาช่วยงานในขนะนั้น ภายหลังได้มีการร้องขอให้สร้างเพิ่มองค์จตุคามจึงได้อนุญาตให้ขึ้ันเพิ่มขึ้นมาใหม่เหลือก็นำมาแบ่งให้เช่า องค์ละ 99 บาทเพื่อสมทบทุนในขนะนั้นสร้างเท่าไหร่ก็ไม่พอทำให้แม่พิมพ์แตกชำรุดเสียหายจึงได้มีการนำมาซ่อมแซมใหม่เป็นรุ่น2โดยแต่ละเศียร์ใช้ปูนปลาสเตอร์ในการสร้างไม่ว่าจะเป็น รุ่น 1-2 ปจุบันราคา สูงมากแล้วเป็นหลัก หมื่น-แสน ถ้าอนาคตจะแตะไปถึงหลักล้านก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

พระผงสุริยันจันทรา

วัตถุมงคลรุ่นแรกขององค์จะจตุคามนั้นที่เป็นตำนานนั้นเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากพระผงสุริยันจันทรา ปี 2530 ซึ่งในตอนนั้นไม่ได้มีการระบุจำนวนว่าสร้างกี่องค์เพราะองค์จตุคามมิไม่ได้มาเพื่อขายแต่สร้างมาเพื่อแจกให้ผู้ที่มาร่วมแรงร่วมใจถวายปัยจัยและผู้ที่มีจิตศรัทธาจึงบอกจำนวนไม่ได้แน่ชัดเว้นแต่บางเนื้อที่เป็นเนื้อ พิเศษ แจกสำหรับบุลคลสำคัญในพิธีและเป็นรุ่นนี้แรกที่องค์จตุคามเป็นผู้กำหนดห้วงเวลาดังกล่าง ฤกษ์ผานาที ตามเวลาที่เหมาะสมไม่ใช่คิดจะก็ทำคิดจะสร้างก็สร้าง เหตุในการสร้างเพื่อปกปักรักษาบ้านเมืองให้รอดจากภัยพิบัติต่างๆ โดยวัตถุมงคลรุ่นนี้มีเพียง “องค์จตุคาม” พล.ต.ท สรรเพชญ เพียงสองคนเท่านั้นไม่ได้นิมนต์พระสงฆ์มาร่วมปลุกเสกแต่อย่างใด ถ้าหากก็มีเพียงแต่สวดคาถาชัยมงคล เท่านั้น สัญลักษณ์ของวัคถุมงคลรุ่นนี้ โดยมีความสำคัญในมุมด้านหน้าอยู่ 5 จุดเพื่เป็นสัญษณ์ของความยิ่งในใหญ่ในจักรวาล ด้านหน้ามีจุดสังเกตอยู่ตามนี้ 1.รูปราหูอมจันทร์ล้อมรอบอยู่ 8 ตน เป็นตัวแทนของดวงดาวทั้ง 8 ดวง 2.กงจักร เป็นสัญลักษณ์ขอบการหมุนเวียนโดยไม่หยุดนิ่ง หรือเรียกอีกอย่างว่า จักรวาล 3.ดาว 12 นักษัตร เป็นตัวแทนของอาณาจักรศรีวิชัย เมือง 12 นักษัตร 4.จุดวงกลม เป็นการแสดงถึงสัญลักษณ์ของความกล้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล หรือ กาแล็กซี 5.องค์จตุคามที่อยู่ตรงกลาง แสดงถึงความเป็นศนย์กลางของโลกโดยรอบนอกเป็น ดวงดาวและจักรล้อมรอบ ด้านหลังมีจุดสังเกตอยู่ 4 จุดดังนี้ 1.ยันต์ด้านซ้ายแสดงความเป็นหัวใจของมนุษย์เพศชาย 2.ยันต์หัวใจพระแม่ธรณีอยู่ตรงกลางเป็นแทนของหัวใจมนุษย์ 3.ยันต์ด้านขวาแสดงความเป็นหัวใจของมนุษย์เพศหญิง 4.อักขระ รอบนอกเป็นสัญลักษณ์ของระบบธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ คำถามที่หลายคนสงสัยว่าทำไม พระผงสุริยันจันทรา ถึงมีขนาดใหญ่ แท้จริงแล้วเป็นความประสงค์ขององค์จตุคามรามเทพต้องการให้เป็นเช่นนั้นสาเหตุที่มีขนาด 5 เซนติเมตร ก็เพราะว่าสามารถรับหลังอานุภาพได้สูงสุด ที่ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์แก่ผู้ใช้ให้สามารถคุ้มครองจากภัยพิบัติทั้งปวง

เหรียญแสตมป์หลักเมืองนครศรีธรรมราช ปี 2530 (รุ่นแรก)

เหรียญแสตมป์ ปี 2530 เป็นหนึ่งในวัตถุมงคลสายจตุคามรามเทพ ยุคแรก (สร้างพร้อมกับดวงตราสุริยันจันทราและผ้ายันต์ต่างๆ) โดยมี พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เป็นผู้จัดสร้าง เพื่อมอบเป็นที่ระลึกและหาทุนสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ลักษณะเหรียญ: เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดคล้ายแสตมป์ ด้านหน้า: จำลองส่วนบนของเสาหลักเมืองนครฯ (เศียรพรหม 8 หน้า 16 ตา) ด้านหลัง: เป็นรูปพญาราหูอมจันทร์รายล้อมตรา 12 นักษัตร 8 ทิศ ตรงกลางบรรจุดวงชะตาวันสำคัญ รูปแบบที่จัดสร้าง: แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก คือ แบบมีห่วง-ไม่มียันต์ และ แบบมียันต์-ไม่มีห่วง (นอกจากนี้ยังมีชนิดเนื้อนวโลหะบรรจุกล่อง) วาระโอกาสและการปลุกเสก จัดสร้างขึ้นเนื่องในวาระมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดชัยหลักเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2530 (ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะ) ซึ่งเป็นวันสมโภชศาลหลักเมือง โดยมีการพิธีพุทธาภิเษกครั้งใหญ่และนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระคาถา ทั้งนี้ เหรียญโลหะทั้งหมดถูกสร้างขึ้นก่อนและผ่านพิธีปลุกเสกอย่างเข้มขลังถึง 2 ครั้ง: วันที่ 16 กรกฎาคม 2530 (เวลา 11.29 น.): พิธีปลุกเสกกลางสมุทร (ทางเรือจากปากพนัง) เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดและเทพนิมิต วันที่ 3 สิงหาคม 2530: พิธีปลุกเสกกลางหาว ณ ศาลหลักเมือง โดยมี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมจากสำนักเขาอ้อ ชนวนมวลสารและพุทธคุณ มวลสาร: ผสมผสานโลหะธาตุศักดิ์สิทธิ์ ทั้งทองคำ นาค และเงิน โดยมีการลงอักขระเลขยันต์ตามตำรับศรีวิชัย เช่น ยันต์หัวใจธรณี ยันต์หัวใจมนุษย์ พุทธคุณ: เด่นด้านเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกันภัย บันดาลโชคลาภในการค้าขาย และช่วยส่งเสริมพืชผลทางการเกษตร (เช่น นาข้าว นากุ้ง) ให้เจริญงอกงาม

พระพุทธสิงหิงค์ ปี 2530

สาเหตการสร้างพระพุทธสิงหิงค์ขึ้นใน ปี2530 นั้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ตำตรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายในช่วงนั้นย้อนกลับไปในช่วงนั้นเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด พล.ต.ท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ได้สั่งการตำตรวจฝีมือดีเช้าไปกู้ระเบิด โดยมอบผ้ายัตรพิเศษมอบให้ให้หน่วยงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่และเก็บกู้ระเบิดได้สำเร็จ ดังนั้นจึงได้สร้างพระพุทธสิงหิงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ตำตรวจและชาวบ้านในขนาดนั้น

ปิดตาพังพระกาฬ ปี2530

เหรียญพระปิดตาพังพระกาฬเป็นเหรีญยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกหนึ่งเหรียญและมีเรื่องเล่าสำคัญมากมาย พระปิดตาพังพระกาฬ เป็นพระผู้บ้านผู้เมืองของเมือง 12 นักษัตร หรือ ชาวศรีวิชัย ซึ่งองต์จตุคาม ได้บอกกับ พล.ต.ท สรรเพชญ ว่าจากให้สร้าง พระปิดตาพังพระกาฬ แต่ด้วยความที่ไม่มีใครเคยพบเคยเห็นลักษณะพระปิดตาพังพระกาฬจึงไม่สามารถจะหาแบบได้ ครั้งหนึ่ง องต์จตุคามได้เอ้ยปากบอก พล.ต.ท สรรเพชญ ว่า “เด่วมีคนเอามาให้มึงเอง” พล.ต.ท สรรเพชญ ก็หัวเราะเพราะคิดว่าไม่ว่าจะเป็นไปได้ ผ่านมาไม่นานก็ได้มีผู้ว่าแบงก์ชาติ “นายกำจร สถิรกุล” ได้นำวัตถุมงคลองค์หนึ่งมาให้ พล.ต.ท สรรเพชญ ถึงที่บ้านหลังจากนั้นก็ลากลับไป เมื่อได้พบองค์จตุคามรามเทพ ก็ได้เอ่ยถาม พล.ต.ท สรรเพชญ ว่า “เขาเอามาให้มึงแล้วใช้ไหม” หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการออกแบบเหรียญพระปิดตาพังพระกาฬขึ้นมาแบบรูปแบบเหรียญโดยแกะแบบตัวอย่างจากองค์ลอยขึ้นมาทำเป็นเหรีญยทรงกลง บ้างก็ว่าออกปี 2530 บ้างก็ว่า ออกปี 2532 ซึ่งพูดเชียนขอไม่พูดถึงตรงทรงให้มองว่าเป็นวัตถุมงคลของ องค์จตุคามรามเทพ ในยุคแรกเท่านั้น และได้มีประสบการณ์มากมายเป็นที่เล่าขานแด่ผู้บูชา

เหรียญพระโพธิสัตว์ 7 เศียร หรือเหรียญดวงดีปี 2532

ช่วงก่อนดาวร้ายหรือดาวหางฮัลเลย์ (ดาวราหูอวตาร) ก่อนจะมาถึงในปี 2531 องค์จะจตุคามให้ให้สร้างเหรียญพระโพธิสัตว์ 7 เศียร คามแบบมหาราชแห่งทะเลใต้ นั่งเหนือบัลลังก์นาคปรก 7 เศียร ปางสมาธิ ขนาด ขนาดความยาว 2 เซนติเมตร ด้านหน้า มีเลข 5 7 8 9 ด้านหลัง ทำเป็นรูปพญานาคราช 7 เศียร ใช้ลำคัวโอบพันด้วยดวง ในดวงให้กำหนดกาลจักรของวันที่ 23 พฤษภาคม 2531 ซึ่งคล้ายกับวันเกิดของ พล.ต.ท.สรรเพชญ บรรจุไว้ในดวงชะตานั้นเพื่อยกย่องสรรเสริญ พล.ต.ท.สรรเพชญ ที่เป็นผู้เสียสละและทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองอย่างไม่เคยย้อท้อต่ออุปสรรคและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงช่วยเหลือบ้านเมืองให้รอดพ้นจากวิกฤตในช่วงนั้น รอบตัวพญานาคมีคำอวยพร เท่ากับระบบดวงดาวระบบสุริยะจักวาลความว่า “แคล้วคลาดอันตราย” “อย่าเจ็บอย่าไข้” “มั่งมีศรีสุข” “ทำมาค้าขึ้น” “คิดสิ่งใดสมความปราถนา” “เงินทางไหลมาเทมา” “อยู่เย็นเป็นสุข” “เคราะร้ายอย่ามี” เคยมีชาวบ้านมาถามกับท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ที่ศาลหลักเมืองว่าบูชาวัตถุมงคลที่ไหนบูชาอะไรดี ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชหยิบเหรียญพระโพธิสัตว์ 7 เศียร หรือเหรียญดวงดีปี 32 ขึ้นมาแล้วยืนยันเป็นอีกเสียงว่าหากนำไปใช้บูชาจะผลดีอย่างแน่นอน

พระปิดตาพังพระกาฬ องค์ลอย รุ่นแรก ปี 2543

เนื่องด้วยวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกรุุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไปทรงทำพิธีเปิดศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชในวันศุกร์ 16 มิถุนายน 2543 คณะกรรมการการจัดสร้างวัตถุมงคลศาลหลักเมืองนำโดน พล.ต.ท.สรรเพชญ ในฐานะประธานสร้างศาลหลักเมืองและวัตถุมงคล จึงได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลหลักเมืองของศรีวิชัยเพื่อนำทูลเกล้า ถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร จึงได้นำแบบพระปิดตาองค์ลอยองค์แรกจาก พล.ต.ท.สรรเพชญ เพื่อนำไปแกะแบบจนที่เป็นที่พอใจ จากนั้นจึงนำไปประกอบพิธีกรรมที่เกาะเภตรา จังหวัดตรัง โดยมีองค์จตุคามรามเทพ และ พล.ต.ท.สรรเพชญ เป็นผู้ทำพิธี

ซึ่งวัตถุมงคลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงวัตถุยุคต้นๆเท่านั้นและยังมีวัตถุมงคลอีกมากมายทั้งพระโพธิสัตว์ขนาดบูชาและเครื่องรางต่างๆที่ยังไม่ได้กล่าวซึ่งผู้เขียนขอนำมาเพียงวัตถุมงคลหลักๆในยุคต้นเท่านั้น

ขอขอบคุณรูป "พระบรมธาตุเจดีย์" จาก Cr: https://watphramahathat.watportal.com/content/category/2/detail/13/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C/ ผู้เขียนได้รวบรวมเนื้อหาจากหนังสือ: "ความจริงและความลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้ จตุคามรามเทพ" และเนื้อหาตามสื่อออนไลน์ต่างๆ จากแหล่งที่เชื่อถือได้

อ่านแล้ว 8 ครั้ง