คาถา / บทสวด / วิธีบูชา

คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

ที่มาที่ไปของ "คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า"

ประวัติและที่มาของพระคาถาบทนี้ มีการสืบทอดและบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยผ่านเหตุการณ์สำคัญ 2 ยุคสมัย ดังนี้ครับ:

ตำนานโบราณ: พระคาถาคุ้มภัยของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง

ย้อนไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก่อนที่พระองค์จะเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440 พระองค์ได้เสด็จไปกราบนมัสการ หลวงปู่เอี่ยม (พระครูสุนทรศีลวัตร) วัดหนัง ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ทรงเลื่อมใสศรัทธา

หลวงปู่เอี่ยมได้ล่วงรู้ด้วยญาณวิเศษว่า ในการเสด็จประพาสครั้งนั้น พระองค์จะต้องเผชิญกับการลองดีจากต่างชาติ (ตามตำนานเล่าว่าเป็นการเอาชีวิตรอดจากการขี่ม้าพยศที่ดุร้ายในทวีปยุโรป) หลวงปู่เอี่ยมจึงได้มอบพระคาถาบทหนึ่งให้พระองค์ทรงท่องจำและภาวนา เมื่อครั้งจำต้องขึ้นมาที่ถูกเตรียมไว้เมื่อนั้นให้หยิบหญ้าขึ้นมาพร้อมบริกรรมคาถานี้ให้ม้ากิน พระคาถาบทนั้นก็คือ "คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า"

เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ถึงยุโรป และทรงสามารถปราบม้าพยศตัวนั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ชาวต่างชาติต่างพากันเกรงพระบารมี เหตุการณ์นี้ทำให้พระคาถาบทนี้ยิ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์

ความหมายในทางธรรม: การอัญเชิญคุณพระพุทธเจ้ามาปกเกล้า

คำว่า "มงกุฎพระพุทธเจ้า" เป็นการเปรียบเปรยถึงการนำเอาพระพุทธคุณอันสูงสุด มาประดิษฐานไว้เหนือเศียรเกล้าเพื่อเป็นสิ่งมงคลและเกราะคุ้มครอง ตัวบทคาถาเป็นการนำบทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิติปิโส) มาเรียบเรียงใหม่ในลักษณะวงกลมหรือเรือนแก้ว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า คาถาอิติปิโสเรือนเตี้ย หรือ อิติปิโสสะท้านไตรภพ

บทคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

ก่อนสวดให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วภาวนาพระคาถาดังนี้ (นิยมสวด 3, 9 หรือ 18 จบ):

อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ

คำแปล

ขออัญเชิญคุณแห่งพระพุทธเจ้าอันวิเศษ คุณแห่งกระแสพระนิพพานอันประเสริฐ ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสรรเสริญแล้ว จงเป็นมหาวิภูษิตาภรณ์ประดับด้วยมงกุฎทิพย์และเครื่องทรงแห่งพระเจ้ามหาจักรพรรดิครอบคลุมข้าพเจ้า ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ

อานุภาพและพุทธคุณการนำไปใช้

พระคาถาบทนี้มีพุทธคุณกว้างขวางมาก หากผู้สวดมีจิตใจที่เลื่อมใสและมีสมาธิแน่วแน่: แคล้วคลาด ปลอดภัย: นิยมสวดก่อนออกเดินทาง ขับรถ หรือเดินทางไกล เพื่อป้องกันภัยอันตรายและอุบัติเหตุ เมตตามหานิยม: ช่วยเสริมสง่าราศี เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้ใหญ่ และเป็นที่เมตตาของคนทั่วไป ฝึกจิตและสมาธิ: เนื่องจากการสวดคาถาบทนี้ในอดีตมักใช้การกลืนน้ำลายหรือทำจิตให้เป็นสมาธิขณะสวด จึงเป็นอุบายในการฝึกจิตให้ตั้งมั่นได้อย่างดี

อ่านแล้ว 1 ครั้ง