พระพรหมทนไม่ได้ ปรากฏกายอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรม
หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมแล้ว พระองค์ได้ประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ที่บริเวณ “สันตมหาสถาน” โดยรอบต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลาถึง 7 สัปดาห์ และในขณะทรงนั่งประทับเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ 5 หลังการตรัสรู้ ภายในต้นอชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ได้ทรงคำนึงว่าสิ่งที่พระทรงตรัสรู้นั้นเป็นของลึกซึ่ง คนจะรู้และเข้าใจตามได้ยาก ..บัดนี้ ไม่สมคสรที่เราจะประกาศธรรมที่เราตรัสรู้ เพราะธรรมที่เราตนัสรู้นั้นเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ยาก ถูกราคะ โทสะครอบงำอยู่จะไม่สามารถมองเห็นได้โดยง่าย. คนที่ถูกราคะครองงำ ถูกกองมืด (คืออวิชชา) หุ้งไว้มิกทั้งหลาย ย่อมไม่เข้าใจธรรมะของเราที่เป็นสิ่งทวนกระแส ที่มีสภาพลึกซึ้ง ละเอียดเช่นนี้ได้เลย…
หรหมอาราธนา
เมื่อพระองค์ดดำริจะไม่แสดงธรรมเช่นนี้ ปรากฏว่าท้าวสหัมบดีพรหมได้ทราบความดังกล่าว “โลกจะชิบหายละหนอ เพราะจิตของพระตถาคตอรหันตสัมพุทธเจ้าน้อมไปเพื่อความเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย ไม่น้อมไปเพื่อแสดงธรรม” ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคจง ทรงแสดงธรรมแก่พระองค์เถิด ขอพระสุคตจงทรงแสดงธรรมเถิด สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสดุจธุลีในจักษุน้อยมีอยู่” จากนั้นท้าวสหัมบดีพรหม ได้กล่าวอาราธนาเป็นนิพนธ์คาถาอีก ใจความโดยสรุปว่า ขณะนี้ ธรรมะที่ไม่บริสุทธิ์ได้เกิดขึ้นในแคว้นมคธมาเนินนาน. ขอให้พระองค์เปิดประตูนิพพานอันไม่ตาย เพื่อสัตว์ทั้งหลายจักได้ฟังธรรมและตรัสรู้ตามเถิด, คนยืนยอดเขา ย่อมเห็นได้โดยรอบฉันใด. ข้าแต่พระองค์ พระองค์ย่อมเห็น! พระองค์เห็นเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่จมอยู่ในความทุกข์โศกทั้งปวง ถูกความเกิดแก่เจ็บตายครอบงำอยู่ไหม ลุกชึ้นเถิดพระองค์ผู้กล้า พระองค์เป็นผู้ชนะสงคราม (กิเลส) และขอพระองค์เสด็จจาริกไปในโลกเถิด, ขอพระองค์จงทรงแสดงธรรมเถิด สัตว์ที่จะรู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์ มรอยู่แน่นอน!
บุคคลเปรียบบัวสามเหล่า-ตัดสินใจแสดงธรรม
หลังจากพระพุทธองค์ได้รับฟังคำเชื้อเชิญของสหัมบดีพรหมที่เชิญให้พระองค์ทรงแสดงธรรม พระพุทธองค์จึงทรงพิจารณาตรวจสัตว์โลกด้วยพุทธจักษุ และทรงเห็นว่า สัตว์โลกที่ยังสอนได้มีอยู่ เปรียบด้วยดอกบัว 3 จำพวก พวกที่สอนได้ว่ายก็มี พวกที่สอนได้ยากก็มี ดังความต่อไปนี้ บุคคลบางคนในโลกนี้ ได้เห็นพระตถาคตได้ฟังธรรมวินัยทที่พระตถาคตประกาศแล้ว จึงหยั่งลงสู่ความแน่นอนมั่นคงและความถูกต้องในกุศลธรรมทั้งหลาย เมื่อไม่ได้เห็น ไม่ได้ฟัง ย่อมไม่หยั่งลงสู้ความแน่นอนนั้ั่นคงและความถูกต้อง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาบุคคล 3 จำพวกนั้น เพราะเห็นแก่ บุคคลผู้ได้เห็นพระตถาคต ได้ฟังธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาษแล้ว จึงหยั่ลงสู้ความถูกต้องในกุศลธรรม เมื่อได้ไม่เห็นไม่ได้ฟัง ย่อมไม่หยั่งลง เราจึงอนุุญาตการแสดงธรรมไว้ และก็เพราะ อาศัยบุคคลเเหล่านี้เป็นหลักอีกเหมือนกัน จึงจำต้องแสดงธรรมแก่บุคคลประเภทอื่นด้วย…
สรุปใจความได้ว่า
“พระหรหม อาราธนาพระพุทธเข้า ให้แสดงธรรมเป็นปฐม” เมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงพิจารณาถึงธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้มา ว่าเป็นธรรมที่มีความหมายสุขุมละเอียด ยากที่จะเข้าใจ จึงทรงท้อพระทัยในการที่จะแสดงธรรมเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ท้าวสหัมบดีพรหม จึงเสด็จลงมาทูลอาราธนาพระพุทธองค์ ให้แสดงธรรมโปรดชาวโลกว่า…
“พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ กตญฺชลี อนธิวรํ อยาจถ สนฺตีธ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา เทเสหิ ธมฺมํ อนุกมฺปิมํ ปชํ ” แปลว่า “ท้าวสหัมบดีพรหม ประณมกรกราบทูลอาราธนา พระพุทธเจ้าผูู้ทรงคุฯอันประเสริฐว่า สัตว์โลกในที่นี้ ที่มีกิเลสบางเบาพอที่จะฟังธรรมเข้าใจนั้นมีอยู่ ขอพระองค์ได้โปรดแสดงธรรม ช่วยเหลือข้าวโลกเทอญ”
เมื่อพระพุทธองค์ได้ฟังแล้วก็ทรงรับคำอาราธนานั้นการบูชากราบไหว์พรหมจึงเป็นสัมมาทิฐิกราบไหว้พระพรหม พึ่งระลึกปฏิบัติคุณธรรมของพระพรหม
แหล่งอ้างอิง
ขอบคุณเนื้อหาและบทความจากหนังสือ: พรหมสี่หน้า...ตำราของพ่อ ครูท่านให้วิชา"พรหม" ช่วยลูกรักทุกคน ขอบคุณรูปหลวง "พ่อชํานาญ อุตฺตมปญฺโญ" จากเพจ สังคมพระใหม่